สธ. ติดตามดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยงหลังเหตุเพลิงไหม้ภูเขาขยะ จ.สระบุรี เผยคุณภาพอากาศเข้าสู่ภาวะปกติ

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยเหตุเพลิงไหม้ภูเขาขยะ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่ควบคุมได้แล้ว คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปลอดภัย ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต กำชับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องและติดตามดูแลสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยง

วันที่ 16 เมษายน 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นพ.ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระบุรี ถึงกรณีเหตุเพลิงไหม้ภูเขาขยะ พื้นที่บริษัทเอกชน ในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เมื่อวัน 15 เมษายน 2569 ช่วงเวลา 07.30–14.00 น. โดยมีพื้นที่ได้รับความเสียหายประมาณ 20 ไร่ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแก่งคอย ได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อดูแลประชาชนทันที โดยประสานการเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดพักพิงชั่วคราว ณ วัดหนองสองห้อง หมู่ 6 ตำบลห้วยแห้ง พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มควัน ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว เหลือเพียงจุดที่ปะทุเล็กน้อยและกลุ่มควันบางส่วน ซึ่งยังคงมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการลุกไหม้ซ้ำ รวมถึงหน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมได้เข้าตรวจสอบสารเคมีอันตราย พบว่าระดับก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ และสารปนเปื้อนอื่น ๆ ในบรรยากาศลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่าขีดจำกัดอันตราย และไม่มีกลิ่นเขม่าควันตกค้างในพื้นที่ควบคุมแล้ว

นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการด้านสาธารณสุข เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของประชาชน ได้กำชับให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ดำเนินการ ดังนี้ 1.ติดตามสถานการณ์เฝ้าระวังในพื้นที่ที่เกิดเหตุอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะยุติเหตุการณ์ได้อย่างสมบูรณ์ 2.ดูแลกลุ่มเสี่ยง โดยติดตามผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนกลุ่มเปราะบาง รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 3.เตรียมความพร้อมทรัพยากร โดยประเมินและสำรองเวชภัณฑ์รวมถึงบุคลากร หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือเกิดการปะทุซ้ำให้มีการสนับสนุนเพิ่มเติม และ 4.สื่อสารข้อมูลความเสี่ยงและผลการตรวจคุณภาพอากาศ รวมถึงข้อควรปฏิบัติให้ประชาชนทราบเป็นระยะ เพื่อลดความตื่นตระหนกและสร้างความมั่นใจในการกลับเข้าสู่ที่พักอาศัย ทั้งนี้ หากประชาชนในพื้นที่รอบข้างมีอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ตา หรือผิวหนัง สามารถเข้ารับบริการตรวจรักษาได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทันที