
วันอังคารที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 19.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดกิจกรรมการเล่นคลื่นมนุษย์ ไร้แอลกอฮอล์ เนื่องในงานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว ประจำปี 2569 (Maha Songkran Khon Kaen (Khao Niao Road : Isan Way of Life) ภายใตเแนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก Once in a Lifetime : Experience Songkran in Thailand” โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส/สาธารณรัฐประชาชนจีน/สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ จังหวัดขอนแก่น นายพชรกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอบแก่น เขต 10 นายองอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอบแก่น เขต 11 นายประยงค์ แก่นลา รองประธานสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายสมยงค์ แก้วสุพรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายวัฒนธรรม แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ณ เวทีกลาง ถนนข้าวเหนียว (ศรีจันทร์) อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ที่ร่วมกันยกระดับประเพณีสงกรานต์ไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ให้ก้าวสู่การเป็นเทศกาลระดับโลก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อน “พลังวัฒนธรรม” (Soft Power) สู่การสร้างรายได้จริง ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก Once in a Lifetime: Experience Songkran in Thailand” โดยงานสงกรานต์ถนนข้าวเหนียวถือเป็นกิจกรรมที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ สะท้อนความสามัคคี (solidarity) ของชาวขอนแก่น และผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งวัฒนธรรม ดนตรี และวิถีชุมชน จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและทั่วโลก ขณะเดียวกัน งานยังเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาแห่งความรัก ความกตัญญู และความอบอุ่นในครอบครัว ที่ถ่ายทอดผ่านความหลากหลายของวัฒนธรรมสงกรานต์ในแต่ละพื้นที่ อันเป็นการสืบสานวิถีชีวิตดั้งเดิมและส่งต่อความสุขสู่สากล พร้อมทั้งช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะเจ้าบ้านที่ดี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมยังได้แสดงความชื่นชมและขอบคุณจังหวัดขอนแก่น รวมถึงหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่านี้ให้คงอยู่ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างหลากหลาย อาทิ กิจกรรมการสาธิตมรดกภูมิปัญญา อาหารจากข้าวเหนียวอีสาน จำนวน 30 บูธ กิจกรรมการแสดงชุดตำนานสงกรานต์ดั้งเดิมแบทเทิล Cover Dance Festival 2026 และหมอลำเป่าแคน พ่นน้ำสงกรานต์บ้านฉันสีสันไทไทย กิจกรรมการเล่นคลื่นมนุษย์ ไร้แอลกอฮอล์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด ซึ่งนอกจากจะช่วยสืบสานประเพณีอันดีงามแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ในระดับพื้นที่
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมมีแนวทางยกระดับการจัดประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นและมีศักยภาพสูง จำนวน 18 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมทั้งเมืองอัตลักษณ์และเมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างจุดขายใหม่ทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยยังคงรักษาคุณค่า ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทร่วมสมัย
“ที่สำคัญเป็นการต่อยอดหลังจากประเพณี ‘สงกรานต์ในประเทศไทย’ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage of Humanity) โดยยูเนสโก เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สมัยประชุมครั้งที่ 18 ณ เมืองคาซาเน สาธารณรัฐบอตสวานา ภายใต้ชื่อรายการ ‘Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival'” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมยังบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนกว่า 30 หน่วยงาน ในการขับเคลื่อนการจัดงานสงกรานต์ใน 4 มิติ ได้แก่ มิติด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่าน 7 มาตรการ 17 แนวทาง อาทิ การส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ถูกต้องเหมาะสม การต่อยอดกิจกรรมทางวัฒนธรรมสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ การใช้สื่อดิจิทัลเผยแพร่ภาพลักษณ์สงกรานต์ไทยสู่ระดับนานาชาติ การรณรงค์ด้านความปลอดภัย และการจัดงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด Zero Waste
“ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของประเพณีสงกรานต์วิถีไทยในปี 2569 ซึ่งเป็นเทศกาลที่ผสมผสานความงดงามของวัฒนธรรมไทยเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจ และตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมของโลกอย่างยั่งยืน” นางสาวซาบีดา กล่าว

















