หอภาพยนตร์เชิญร่วมเป็นสักขีพยาน “หม่ำ จ๊กมก” ประทับรอยมือรอยเท้า บนลานดารา

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 หอภาพยนตร์ชวนทุกท่านมาร่วมเป็นสักขีพยานให้ หม่ำ จ๊กมก ที่จะมาประทับรอยมือรอยเท้า ณ ลานดารา หอภาพยนตร์ เป็นดาวดวงที่ 208 บนลานดารา พร้อมสนทนาถึงประสบการณ์ในวงการภาพยนตร์ไทย เปิดงานด้วยการฉายภาพยนตร์เรื่อง เฉิ่ม ในรูปแบบฟิล์ม 35 มม. ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังจะมีผลงานเด่นเรื่องอื่น ๆ จัดฉายให้ชมตลอดเดือนเมษายน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.fapot.or.th/main/news/1112

หม่ำ จ๊กมก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา นับเป็นดาวตลกผู้มีบทบาทสำคัญในวงการหนังไทยมากที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบัน เขาเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2508 ที่จังหวัดยโสธร และก้าวเข้าสู่การเป็นตลกคาเฟ่ในช่วงทศวรรษ 2530 ซึ่งเป็นยุคที่วงการกำลังเฟื่องฟูสุดขีด ก่อนจะค่อย ๆ สร้างชื่อจนกลายเป็นตลกแถวหน้าของไทย ที่ไม่เพียงโด่งดังแต่ในคาเฟ่ หากแต่ยังโดดเด่นในหน้าจอโทรทัศน์ โดยเฉพาะการเป็นสมาชิก “แก๊งสามช่า” ร่วมกับ เท่ง เถิดเทิง และ โหน่ง ชะชะช่า ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้ชมทั่วประเทศ

หม่ำ จ๊กมก ผูกพันหลงใหลกับภาพยนตร์มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาใฝ่ฝันอยากเป็นตลก เพราะความชื่นชอบดาราตลกในหนังไทยและต่างประเทศ เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงเขากลายเป็นดาราตลกในยุคที่เต็มไปด้วยหนังตลก หนังผี และหนังวัยรุ่น เช่น จุ๊ย (2532) ขบวนการอาจารย์โกย (2534) สองโทน (2534) จะกู่รัก…..กอดน้องให้ก้องโลก (2535) สยองกึ๋นส์ (2536) คู่หูคู่ฮา (2536) กอง 100 501 ริมแดง (2536) ความรักของคุณฉุย ภาค 2 (2536) บ้านผีปอบ 11 (2537)

เข้าสู่ทศวรรษ 2540 เมื่อวงการหนังไทยยกระดับขึ้นด้วยแนวทางสร้างสรรค์ใหม่ ๆ หม่ำ จ๊กมก ก็มีส่วนร่วมในงานภาพยนตร์อย่างเข้มข้นมากขึ้น เขาเป็นหนึ่งในนักแสดงนำของ มือปืน/โลก/พระ/จัน (2544) โดย ยุทธเลิศ สิปปภาค ที่ฉีกภาพลักษณ์การนำเสนอตลกคาเฟ่ในหนังไทย และได้รับบทเด่นใน องค์บาก (2546) หนังบู๊ไทยที่โด่งดังไปทั่วโลกของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว อันเป็นโอกาสให้เขาศึกษากระบวนการทำภาพยนตร์อย่างจริงจัง ก่อนจะตัดสินใจทำหนังด้วยไอเดียของตัวเอง กำกับและนำแสดงเองใน บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม (2547) ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ปี 2548 หม่ำ จ๊กมก มีผลงานภาพยนตร์ที่เป็นหมุดหมายสำคัญถึง 2 เรื่อง คือ เฉิ่ม ของผู้กำกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ที่นำเขามารับบทเป็นคนขับรถแท็กซี่ผู้อยู่ในโลกส่วนตัว และหลงรักหมอนวดสาวที่รับส่งทุกค่ำคืน เป็นการพลิกจากบทตลกเป็นดราม่าที่ได้รับเสียงชื่นชมและกล่าวถึงจนทุกวันนี้ กับ แหยมยโสธร งานที่เขาผสมผสานความเป็นหนังย้อนยุค หนังเพลง และรากเหง้าของอีสานบ้านเกิด ด้วยสีสันอันฉูดฉาด ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจนสร้างภาคต่ออีกถึง 2 ภาค

ตลอดเวลา 20 ปีนับจากนั้น หม่ำ จ๊กมก ยังคงสร้างสีสันให้แก่วงการอย่างต่อเนื่อง ด้วยความรักและผูกพันในหนังไทย ท่ามกลางผลงานมากมายและหลากหลาย เช่น บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 (2550) วงษ์คำเหลา (2553) โป๊ะแตก (2553) อุโมงค์ผาเมือง (2554) ทาสรักอสูร (2557) ส่ม ภัค เสี่ยน (2560) LOVE เลย 101 (2565) รวมถึงงานในรูปแบบสตรีมมิง เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ (2566) และ เขาชุมทอง คะนองชุมโจร (2568) ที่ได้ร่วมงานกับ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ผู้กำกับที่เป็นคอหนังไทยยุคเก่าเช่นเดียวกัน