พาณิชย์ยืนยัน “หมู ไก่ ไข่ไก่” ไม่ขาดตลาดแน่นอน แม้อากาศร้อนทำของน้อยลง แต่ราคาเริ่มนิ่งแล้ว

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือร่วมกับองค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ไก่เนื้อ ไก่ไข่ ได้แก่ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สมาคมผู้ผลิตไก่เนื้อเพื่อการส่งออก สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ และเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว ชลบุรี ลุ่มแม่น้ำน้อย และเชียงใหม่ – ลำพูน รวมทั้ง ผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ซีพีเอฟ เบทาโกร ไทยฟู้ดส์ สหฟาร์ม คาร์กิลล์มีทส์ อัครากรุ๊ป วี.ซี.เอฟ.กรุ๊ป และเอส พี เอ็ม เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการค้าสินค้าเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ และหาแนวทางในการบริหารจัดการด้านราคาให้สอดคล้องกันไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ผลิตและไม่กระทบต่อผู้บริโภคมากนัก

พบว่า การปรับราคาขึ้นในปัจจุบันมีสาเหตุหลักเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโตของสัตว์ เนื่องจากสัตว์กินอาหารได้น้อยลง ทำให้หมูและไก่โตช้า ส่วนไก่ไข่ออกไข่ได้ลดลง และไข่ไก่มีขนาดเล็กลงเช่นกัน ส่งผลให้ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลง นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตด้านการใช้น้ำ – ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากการใช้อุปกรณ์ระบายความร้อนภายในฟาร์มเพื่อลดผลกระทบจากอุณหภูมิสูง

ซึ่งนายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ยังได้กล่าวว่า ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มที่ปรับเพิ่มขึ้น เป็นราคาที่เพิ่งฟื้นตัวหลังจากขาดทุนสะสมเป็นระยะเวลานานต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว จากการขยายการเลี้ยงที่ทำให้มีผลผลิตส่วนเกินสะสมอยู่ในระบบจำนวนมาก ทำให้ราคาหมูมีชีวิตและเนื้อหมูปรับตัวลดลงตามกลไกลตลาด ทั้งนี้ ราคาปัจจุบันยังถือว่าใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิต แม้จะมีการประกาศราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 72 บาท/กก. แต่การซื้อขายจริงยังไม่เกิน 68 บาท/กก. เท่านั้น ส่วนราคาขายปลีกเนื้อหมูที่มีการปรับขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านั้น ปัจจุบันราคามีแนวโน้มที่จะทรงตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ทำให้ภาวะการค้าและการบริโภคชะลอตัว

เช่นเดียวกับในส่วนของไก่ ซึ่งนายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ได้กล่าวในที่ประชุมหารือว่า จากสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ภาวะการค้าและการบริโภคชะลอตัวในปัจจุบัน ประกอบกับยอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลง ทำให้ราคาไก่มีแนวโน้มที่จะปรับราคาลดลง ภายหลังจากช่วงก่อนหน้าที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ไก่อ่อนแอและเกิดความสูญเสียมากกว่าในช่วงปกติ เกษตรกรจึงเร่งเพิ่มผลผลิตเพื่อป้อนตลาด ซึ่งปัจจุบันปริมาณผลผลิตเริ่มเพิ่มขึ้นและคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้

ในขณะที่ นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ได้กล่าวเสริมว่า แม้ราคาต้นทุนจะเป็นตัวกำหนดราคาจำหน่ายสินค้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับภาวะการค้าและปริมาณผลผลิตที่
ออกสู่ตลาดด้วย โดยปกติพอหน้าร้อนปริมาณผลผลิตจะปรับลดลงพอเริ่มเข้าสู่หน้าฝนผลผลิตก็จะเริ่มปรับเพิ่มขึ้นตามลำดับ

 

อย่างไรก็ตาม จากภาวะปัจจุบันที่ทุกคนถูกบีบรัดจากค่าน้ำมันที่สูงขึ้น พวกเราเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ผู้เลี้ยงสุกร และผู้เลี้ยงไก่เนื้อ จะพยายามตรึงราคาสินค้าให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม เพื่อช่วยแบ่งเบาและลดภาระให้แก่ผู้บริโภคในปัจจุบัน ทั้งนี้ แม้ต้นทุนด้านพลังงานอาจจะไม่ได้เป็นต้นทุนหลักของสินค้าในหมวดปศุสัตว์ แต่ยังส่งผลกระทบทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตสุกร ไก่เนื้อ ไข่ไก่ ของไทย โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง และต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญได้ในช่วงถัดไป

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าภายใน ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค โดยกรมฯ ได้มีการจำหน่ายปศุสัตว์และสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัดผ่านงานธงฟ้าราคาประหยัด ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภูมิภาค เพื่อเป็นช่องทางในการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคได้ และกรมฯ จะได้มีการติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการหารือองค์กรเกษตรกร และผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินแนวทางในการบริหารจัดการด้านราคาให้เกิดความเหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่เกษตรกรและกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคมากนัก

ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้มีการกำกับดูแลและติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค หากพบผู้ค้ารายใดมีพฤติกรรมจำหน่ายไข่ไก่และเนื้อหมูในราคาสูงเกินสมควร สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หากพบการกระทำผิด จะมีความผิดตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ