สปส. เตือน! กรณีใช้ข้อมูลบุคคลอื่นลงทะเบียนใช้งานระบบ e-self service ของประกันสังคม มีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พร้อมยืนยันข้อมูลไม่ได้ถูกแฮก

จากเหตุการณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีการนำเสนอเกี่ยวกับการลงทะเบียนใช้งานระบบ e-self service ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ โดยปรากฏภาพและข้อมูลส่วนบุคคลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั้น

สำนักงานประกันสังคมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากการนำเลขประจำตัวประชาชนลงทะเบียนใช้งานระบบ e-self service ในเว็บไซต์ของประกันสังคม พร้อมกรอกอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้อื่น ก่อนนำภาพหน้าจอไปเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์

สำนักงานประกันสังคม ขอชี้แจงว่าสำนักงานฯ ไม่ได้ถูกเจาะระบบ และไม่มีการรั่วไหลของข้อมูล จากฐานข้อมูลของหน่วยงาน เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการแอบอ้างใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายจากการนำข้อมูลส่วนบุคคลที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตไปใช้ในทางมิชอบ การกระทำดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับต่อสาธารณะ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อสำนักงานประกันสังคมในฐานะหน่วยงานผู้จัดเก็บและควบคุมข้อมูล ทั้งตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจนถึงที่สุด และได้แจ้งไปยัง สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติด้วยแล้ว

ในส่วนของมาตรการแก้ไขและป้องกันสำนักงานประกันสังคมได้ปรับวิธีการเข้าใช้งานระบบ e-Self service ของสำนักงานฯ ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าใช้งานระบบ e-Self service ทางเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 เป็นต้นไปจะต้องเข้า login ผ่านThaiID ทั้งผู้ประกันตนรายเก่าและรายใหม่

อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมยังตระหนักถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และแรงงานที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้งานแอปพลิเคชัน จึงมีแนวทางพิจารณาพัฒนา ช่องทางการยืนยันตัวตนที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการใช้งานของประชาชนทุกกลุ่ม อย่างเท่าเทียม และอยู่ระหว่างประสานงานกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เพื่อพัฒนาระบบให้รองรับการใช้งานของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงานฯ ขอเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 ได้กำหนดความผิดเกี่ยวกับการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ไว้อย่างชัดเจน ครอบคลุมถึงการนำเสนอหรือเผยแพร่ข้อมูล ที่บิดเบือนปลอมแปลง เพื่อหลอกลวง หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลและสังคม รวมถึงการสร้างข่าวปลอม ที่กระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ นอกจากนี้ กฎหมายยังครอบคลุมถึงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าว โดยผู้ฝ่าฝืนอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากการกระทำนั้นก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง บทลงโทษจะเพิ่มสูงขึ้นตามความร้ายแรงของแต่ละกรณี

สำนักงานประกันสังคม จึงขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ควรหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลดังกล่าวในทันที และดำเนินการเก็บหลักฐาน เช่น บันทึกภาพหน้าจอ พร้อมระบุวันและเวลาที่พบเหตุการณ์ จากนั้นให้รายงานหรือแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงสามารถแจ้งไปยังแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้ระงับ หรือลบเนื้อหาดังกล่าวโดยเร็ว ทั้งนี้ ควรติดตามตรวจสอบการใช้งานข้อมูลของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และเพิ่มความระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลในช่องทางออนไลน์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต