พม. ร่วมกับมูลนิธิคีนันเอเชีย UNESCAP และภาคีเครือข่าย เดินหน้าผลักดัน การลงทุนในเศรษฐกิจฐานรากที่นำโดยสตรี เสริมความเข้มแข็งประเทศ รับมือสังคมสูงวัยและวิกฤติสภาพภูมิอากาศ

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (อสค.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม “พลังสตรีขับเคลื่อนอนาคตไทย: เวทีระดับชาติว่าด้วยการส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีและวิสาหกิจชุมชน เพื่อรับมือสังคมสูงวัยและวิกฤตสภาพภูมิอากาศ” โดยมี ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ ประธานอำนวยการ มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย กล่าวรายงาน และคุณ Cai Cai หัวหน้าแผนกความเสมอภาคระหว่างเพศและการสร้างสังคม ที่ครอบคลุม UNESCAP กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยนางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีสถาบันครอบครัวคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน องค์กรระหว่างประเทศ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ เอเทรียม

​นางจตุพร กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และก้าวสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิงในพื้นที่ชนบท ที่มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะผู้ดูแลครอบครัว ผู้ผลิตในภาคการเกษตร และผู้ประกอบการระดับชุมชน “ผู้ประกอบการสตรีและวิสาหกิจชุมชน จึงเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก สังคม ชุมชน และประเทศชาติ ทั้งนี้ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการสตรีผ่านการพัฒนาศักยภาพ การส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ และการสร้างความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้ประกอบการสตรีสามารถพัฒนาและขยายกิจการได้อย่างยั่งยืน และเวทีครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการระดมความคิดเห็นจากผู้กำหนดนโยบาย ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการลงทุนและพัฒนาระบบสนับสนุนผู้ประกอบการสตรีในระดับประเทศ “การลงทุนในผู้ประกอบการสตรี คือ การลงทุนในอนาคตของประเทศ เพราะผู้ประกอบการสตรีมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานในพื้นที่ เพิ่มรายได้ให้ผู้หญิง และลดภาระการดูแลในครัวเรือน เพื่อสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

คุณ Cai Cai กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรและแรงกดดันจากสภาพภูมิอากาศกำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและสังคมของเราใหม่ ผู้หญิง—โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท—ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง การเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการสตรีและวิสาหกิจชุมชนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการสร้างความเท่าเทียม แต่เป็นเส้นทางเชิงยุทธศาสตร์สู่เศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นสำหรับอนาคตของประเทศไทย”

 

ดร.วิมลกานต์ กล่าวต่อไปว่า “กิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการหารือเชิงนโยบายเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงและวิสาหกิจชุมชน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย เราได้รับฟังทั้งบทเรียนจากการดำเนินโครงการในจังหวัดเชียงราย เสียงสะท้อนจากผู้หญิงที่เป็นผู้นำวิสาหกิจชุมชน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนจากผู้เชี่ยวชาญในเวทีเสวนา ซึ่งได้ช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญสองประการพร้อมกัน รวมถึงการสังเคราะห์ข้อเสนอจากการหารือเพื่อนำไปสู่การแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการระบุแนวทางความร่วมมือที่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดผลได้จริง มูลนิธิคีนันฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เวทีในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม ในการร่วมกันส่งเสริมผู้ประกอบการสตรี และเสริมสร้างศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน ให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทย”

การประชุมครั้งนี้ชี้ชัดถึงการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทศักยภาพและความท้าทายของผู้ประกอบการสตรี ในชนบทในบริบทของสังคมสูงวัยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเครือข่าย ความร่วมมือแบบบูรณาการในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการสตรีและการพัฒนาที่ยั่งยืน