ทส. ดีเดย์ ! เร่งสางปมคำขอใช้พื้นที่ป่า ติวเข้มทุกส่วนราชการทั่วประเทศดำเนินการให้ถูกต้องตามมติ ครม.

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นประธานเปิดการประชุมเร่งรัดการดำเนินการคำขออนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีนายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นผู้กล่าวรายงานและบรรยายแนวทางดำเนินการ มีนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยผู้แทนจาก 19 กระทรวง 25 กรม ส่วนราชการระดับจังหวัด และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เข้าร่วมรับฟังแนวทางปฏิบัติเพื่อให้การขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญในการขยายโอกาสครั้งสุดท้ายให้กับส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนวันที่ 23 มิถุนายน 2563 แต่ยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตตามกรอบเวลาเดิม โดยมติดังกล่าวได้ผ่อนผันให้หน่วยงานเหล่านี้สามารถยื่นคำขออนุญาตได้ภายใน 180 วัน หรือภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2568 นี้เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีคำขอที่ค้างพิจารณาในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้รวมกว่า 304,238 คำขอ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งมีความซับซ้อนและระเบียบปฏิบัติที่แตกต่างกัน

ในส่วนของแนวทางปฏิบัติกรมป่าไม้ได้ชี้แจงถึงเกณฑ์การผ่อนผันพิเศษที่ช่วยลดอุปสรรคให้แก่หน่วยงานรัฐ อาทิ การยกเว้นไม่ต้องจัดสรรงบประมาณค่าปลูกป่าทดแทน และการอนุญาตให้หน่วยงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วนสามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อเข้าปรับปรุง ซ่อมแซม หรือบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างได้แม้จะอยู่ในระหว่างการขออนุญาต นอกจากนี้ ยังมีการผ่อนผันการใช้พื้นที่ในเขตลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ และพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม (Zone C) ภายใต้มาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด เพื่อให้การบริการสาธารณะและโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก

นายนิพนธ์ เน้นย้ำว่าหน่วยงานรัฐทุกแห่งต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เป็นไปตามระเบียบ กฎ กฎหมาย อย่างเคร่งครัด จนได้รับหลักฐานการอนุญาต เรื่องถึงจะแล้วเสร็จ เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีข้อสังเกตให้กำหนดเป็นตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของหัวหน้าหน่วยงานที่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด

ทั้งนี้ กรมป่าไม้ได้กำชับให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 – 13 ทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบเอกสารและแผนผังการใช้ประโยชน์ให้ถูกต้องตามระเบียบใหม่ปี 2568 มุ่งหวังให้การจัดระเบียบที่ดินของรัฐในครั้งนี้เกิดความโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน