ดร.ชญานันท์ฯ ผอ.สคทช. ลุยนครศรีธรรมราช ติดตามผลจัดที่ดินทำกิน “คทช.” ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ควบคู่อนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างสมดุลและยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รอง ผอ.สคทช. ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานจัดการที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการ เชิงบูรณาาการเพื่อเปลี่ยนความขัดแย้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การสร้างหลักประกันสิทธิในที่ดินทำกินของราษฎรให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมี นายวีระบูลย์ ทรงทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 (สงขลา) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่ โดยหน่วยงานดังกล่าวถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมาย ทั้งนี้ คณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมรับฟังรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค ตลอดจนข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ป่าชายเลน ณ หมู่ที่ 1 ตำบลปากนคร อำเภอเมือง และชุมชนบ้านแหลม หมู่ที่ 14 ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ดร.ชญานันท์ฯ เน้นย้ำว่า ข้อมูลจากการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะถูกนำไปประมวลผล เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานของ คทช. ให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งมีความเปราะบางทางระบบนิเวศ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อาทิ น้ำประปา ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น รวมไปถึงการส่งเสริมการฟื้นฟูปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีคุณภาพ ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน

ด้านนายเสงี่ยม ตำราเรียง ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนจังหวัดนครศรีธรรมราชได้บรรยายสรุปผลการดำเนินงานการจัดที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าชายเลน พร้อมสะท้อนสถานการณ์จริงในพื้นที่ ซึ่งคณะผู้บริหารได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนชุมชน และหน่วยงานปฏิบัติการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์เชิงลึก และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งในเชิงเทคนิคและข้อกฎหมาย ให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พื้นที่ป่าชายเลนหมู่ที่ 1 ตำบลปากนคร ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ได้มีการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์แล้วจำนวน ๓๓ ไร่ ขณะที่ชุมชนบ้านแหลม หมู่ที่ 14 ตำบลท่าศาลา ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ได้ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตแล้วจำนวน 8 ไร่ ครอบคลุม 31 ครัวเรือน รวมประชาชนที่ได้รับประโยชน์ 155 คน สะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของนโยบาย คทช. ที่สามารถยกระดับความมั่นคงในที่ดินทำกิน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ สคทช. ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยส่งเสริมให้ชุมชนที่ได้รับสิทธิในที่ดินเข้ามามีบทบาทในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าชายเลน ซึ่งถือเป็น “เกราะป้องกันธรรมชาติ” ที่สำคัญของประเทศ อันจะช่วยลดการบุกรุกพื้นที่ป่าในอนาคต และส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนทั้งในด้านการประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการติดตามผลการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของ สคทช. ในฐานะหน่วยงานกลางที่เชื่อมโยงความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินอย่างเป็นระบบและยั่งยืน พร้อมผลักดันให้เกิดต้นแบบการอยู่ร่วมกันระหว่าง “คน” และ “ป่า” อย่างสมดุล ภายใต้แนวคิด “คนอยู่กับป่าอย่างเกื้อกูล” อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาวต่อไป