กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชู 6 มิติยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนสมุนไพร เวลเนสไทย สู่ “New S-Curve” มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการแพทย์ดั้งเดิมของเอเชียภายในปี 2570 สร้างความมั่นคง ให้เศรษฐกิจฐานรากผ่านภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยอย่างยั่งยืน พร้อมตั้งเป้ามูลค่าใช้ยาสมุนไพร ในระบบสาธารณสุข กว่า 2,000 ล้านบาท

วันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติเทศบาลพุเตย (พุเตยสปา) อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายในหัวข้อ “ทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในส่วนภูมิภาค”ในงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยระดับภาค ครั้งที่ 18 โดยมีผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ทั่วประเทศ เข้าร่วมรับฟัง

ดร.นพ.พงศธร เน้นย้ำว่า ภายใต้กรอบแผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2569 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มุ่งหวัง ที่จะ “เชิดชูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” โดยชู 6 มิติยุทธศาสตร์สำคัญ ดังนี้ 1.ผู้นำเวลเนสโลก ยกระดับมาตรฐานการนวดไทยและศูนย์เวลเนส (Thai Wellness Destination) สู่ระดับสากล เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 2.New S-Curve สมุนไพร ตั้งเป้าสร้างมูลค่าการใช้ยาสมุนไพรในระบบสุขภาพไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท ส่งเสริมเกษตรกรรมสมุนไพรมาตรฐาน GACP และอุตสาหกรรมเวชสำอาง 3.ระบบกัญชา กัญชง และกระท่อม สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและความปลอดภัยด้วยระบบดิจิทัลกำกับดูแล 4.ยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนา “Smart TTM Clinic” และ “Longevity Clinic” (คลินิกอายุวัฒนะ) พร้อมดึงหมอพื้นบ้านเข้าสู่ระบบสุขภาพชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม 5.องค์กรดิจิทัล ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม “DTAM NEXT” และศูนย์ข้อมูลการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ เพื่อการวางแผนเชิงพื้นที่แม่นยำ 6.ปฏิรูปสู่ความเป็นเลิศ ยึดหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) และการทำงานด้วยข้อมูล (Big Data)
ความสำเร็จของการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพภายใต้ 6 มิติยุทธศาสตร์ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยหัวหน้ากลุ่มงานในทุกจังหวัดต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้นำทางยุทธศาสตร์ในพื้นที่” เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการแพทย์ดั้งเดิม ของเอเชียภายในปี 2570 พร้อมสร้างความมั่งคั่งให้เศรษฐกิจฐานรากผ่านภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย อย่างยั่งยืน ต่อไป ดร.นพ.พงศธร กล่าวในตอนท้าย





