กัวลาลัมเปอร์ วันที่6 มีนาคม 2569 – กรมปศุสัตว์เดินหน้าขยายตลาดสินค้าปศุสัตว์ไทยในประเทศมาเลเซีย หลังประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดส่งออกเนื้อสุกร โดยคาดว่าในปี 2569 จะสามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้ราว 1,000 ล้านบาท พร้อมเร่งผลักดันการเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์เพิ่มเติม ทั้งสัตว์ปีก เนื้อโค และผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของสินค้าปศุสัตว์ไทยในตลาดภูมิภาค

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมผู้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออก สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย และสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางเยือนสหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อหารือกับกรมสัตวแพทย์และบริการแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย (Department of Veterinary Services: DVS) ในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านสุขภาพสัตว์ ระบบการผลิต และการค้าสินค้าปศุสัตว์ระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ ได้พบหารือกับ Dr. Mohd Noor Hisham Bin Mohd Haron อธิบดีกรมสัตวแพทย์และบริการแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย โดยฝ่ายไทยได้แสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งขอบคุณรัฐบาลมาเลเซียที่ให้ความเชื่อมั่นและเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกรจากประเทศไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายการค้าปศุสัตว์ระหว่างสองประเทศ
อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า จากผลของการเปิดตลาดดังกล่าว คาดว่าในปี 2569 จะสามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกเนื้อสุกรของไทยไปยังมาเลเซียได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางยกระดับมาตรการควบคุมโรคสัตว์และการตรวจสอบบริเวณชายแดน (Border Control) เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านสุขอนามัยสัตว์ระหว่างกัน

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือความร่วมมือในการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลใบรับรองสุขอนามัยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Health Certificate) สำหรับสินค้าสัตว์ปีกที่ส่งออกจากประเทศไทยไปยังมาเลเซีย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ ทำให้กระบวนการตรวจสอบและการค้าระหว่างประเทศมีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ยังได้เสนอข้อมูลให้กรมสัตวแพทย์และบริการแห่งสหพันธรัฐมาเลเซียพิจารณาเปิดตลาดนำเข้าผลิตภัณฑ์นมสดพาสเจอร์ไรส์จากประเทศไทย โดยชี้ว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ของไทยได้รับการยอมรับในตลาดที่มีมาตรฐานสุขอนามัยสูง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยมีปริมาณการส่งออกมากกว่า 80,000 ตันต่อปี สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานตลอดห่วงโซ่การผลิต ซึ่งฝ่ายมาเลเซียรับที่จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาต่อไป
ขณะเดียวกัน ไทยยังได้ติดตามความคืบหน้าการเปิดตลาดส่งออกเนื้อโคไปยังมาเลเซีย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดมาเลเซีย พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่ของกรมสัตวแพทย์และบริการแห่งสหพันธรัฐมาเลเซียเดินทางมาตรวจประเมินสถานประกอบการในประเทศไทย เพื่อให้การส่งออกเนื้อโคจากไทยสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้
ผลการหารือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือด้านการค้าปศุสัตว์ระหว่างไทยและมาเลเซีย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าปศุสัตว์ไทยในตลาดโลก
เรียบเรียงและเผยแพร่ข่าวโดย คณะทำงานโฆษกกรมปศุสัตว์






