อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers: JAMA) นำโดย Mr. Takuya Fukuoka ผู้จัดการทั่วไปแผนกบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ จำกัด พร้อมผู้แทนจากบริษัทยานยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่น ในโอกาสเข้าพบหารือแนวทางการยกระดับการตรวจสอบการออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทย และจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ให้แก่ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรไทย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก JAMA ได้ร่วมถ่ายทอดกรณีศึกษาและแนวโน้มเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการพิจารณาคำขอของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยว่า การหารือร่วมกับ JAMA ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาระบบการคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทย พร้อมรับฟังมุมมองความเห็นจากภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญามีแนวทางสนับสนุนการพัฒนาการออกแบบให้สอดรับกับความท้าทายของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์แห่งอนาคต (Future Mobility) ผ่านโครงการเร่งรัดสิทธิบัตรออกแบบผลิตภัณฑ์มุ่งเป้า (Target Design Patent Fast-Track) ในสาขาชิ้นส่วนยานยนต์ (Automotive Part) เพื่อเปิดช่องทางพิเศษในการจดทะเบียนที่รวดเร็ว โดยจะทราบผลการพิจารณาสุดท้ายภายใน 3 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ เอื้อให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มจำนวนผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาคำขอ และยกระดับคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้ผู้สร้างสรรค์ได้รับความคุ้มครองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในการหารือครั้งนี้ JAMA ได้สะท้อนข้อมูลว่า การคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยทั่วไปจะให้ความคุ้มครองแบบผลิตภัณฑ์ทั้งชิ้น ขณะที่ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้ประกอบการมักพัฒนาและปรับปรุงเฉพาะ “บางส่วน” ของผลิตภัณฑ์ เช่น กันชน ไฟหน้า หรือชิ้นส่วนตกแต่ง ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นและมีมูลค่าทางการค้าในตัวเอง ดังนั้น แนวคิดการคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์บางส่วน (Partial Design) จึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ และในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ได้ให้ความคุ้มครองในลักษณะดังกล่าวแล้ว สำหรับประเทศไทยได้มีการบรรจุหลักการคุ้มครอง Partial Design ไว้ในร่างพระราชบัญญัติสิทธิบัตรฉบับใหม่ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายนี้อยู่ระหว่างกระบวนการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว
กรมฯ มีแผนจัดทำ “คู่มือการตรวจสอบ Partial Design” เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเตรียมเผยแพร่คู่มือฉบับนี้ต่อสาธารณชน เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบใช้เป็นแนวทางในการยื่นขอรับความคุ้มครองได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติสิทธิบัตรฉบับใหม่ ยังได้มีการปรับปรุงระยะเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในไทย จากเดิม 10 ปี เป็น 15 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับความตกลงกรุงเฮก (Hague Agreement) ซึ่งไทยอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมเป็นภาคี อันเป็นการส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิให้เหมาะสมกับต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และวงจรชีวิตทางการตลาดของสินค้า โดย JAMA ได้สนับสนุนแนวทางการขยายอายุความคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทย โดยเชื่อมั่นว่าจะช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยิ่งขึ้น
ในโอกาสนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ JAMA ได้ร่วมจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านการเสริมสร้างศักยภาพผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทย โดยผู้เชี่ยวชาญจาก JAMA ได้ร่วมถ่ายทอดกรณีศึกษา ทิศทางเทคโนโลยี และประสบการณ์เชิงเทคนิคจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาคำขอของไทยให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้มีความเข้มแข็ง ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ



