กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศ 8 องค์กรบริหารลิขสิทธิ์ ที่ดำเนินการตามหลักปฏิบัติที่ดีในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับความโปร่งใส ลดปัญหาข้อพิพาท และสร้างสมดุลอุตสาหกรรมดนตรีของไทย

​กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยรายชื่อองค์กรบริหารลิขสิทธิ์ที่ดำเนินการตามหลักปฏิบัติที่ดีในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง (Code of Conduct) ประจำปี 2569 เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ ที่ประสงค์จะนำผลงานเพลงไปใช้ในการประกอบธุรกิจ โดยสามารถเลือกใช้บริการจากองค์กรที่ผ่านการพิจารณาดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้งานเพลงอย่างถูกต้อง และส่งเสริมระบบการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล​

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า หลักปฏิบัติที่ดีในการบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง (Code of Conduct) เป็นแนวทางที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดทำขึ้น เพื่อส่งเสริมให้องค์กรบริหารลิขสิทธิ์ (Collective Management Organization: CMO) ของไทยนำไปใช้เป็นกรอบการดำเนินงาน และสร้างมาตรฐานการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ ความชัดเจนและความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลอัตราค่าลิขสิทธิ์ วิธีการจัดเก็บการรายงานข้อมูล การจัดสรรและนำส่งค่าตอบแทนให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ตลอดจนการให้บริการผู้ใช้งานเพลงอย่างเป็นธรรมและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกภาคส่วนในระบบนิเวศอุตสาหกรรมดนตรี ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เปิดโอกาสให้ CMO ไทยแสดงเจตจำนงร่วมดำเนินการตามหลักปฏิบัติที่ดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา โดยกรมฯ จะดำเนินการพิจารณาข้อมูลและประกาศรายชื่อองค์กรที่มีการดำเนินงานสอดคล้องกับหลักปฏิบัติที่กำหนด ให้สาธารณชนได้รับทราบเป็นประจำทุกปี

​ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศรายชื่อ CMO ไทยที่ผ่านการพิจารณาตามหลักปฏิบัติที่ดีฯ ประจำปี 2569 รวม 8 องค์กร ได้แก่ (1) บริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด (2) บริษัท โฟโนไรทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด (3) บริษัท เอ็มพีซี มิวสิค จำกัด (4) บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (5) บริษัท ดิจิตอล วัน โซลูชั่น จำกัด (6) บริษัท ออล แดนซ์ คอพพีไร้ท์ จำกัด (7) บริษัท ลิขสิทธิ์ เพลงไทย จำกัด และ (8) บริษัท เอส เอส เค พับลิชชิ่ง จำกัด ซึ่งทั้ง 8 องค์กรดังกล่าวจะได้รับสิทธิใช้เครื่องหมายรับรอง “องค์กรจัดเก็บที่ดำเนินการตามหลักปฏิบัติที่ดีในการบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง ปี 2569” ที่กรมฯ ออกให้ด้วย

​นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การเลือกใช้งานเพลงผ่าน CMO ที่ดำเนินการตามหลักปฏิบัติที่ดีฯ จะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ประโยชน์จากผลงานเพลง สามารถบริหารจัดการการขออนุญาตใช้สิทธิได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงต่อข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานเพลง ขณะเดียวกัน เจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นนักแต่งเพลง ผู้ประพันธ์คำร้อง ผู้สร้างสรรค์ผลงาน หรือค่ายเพลง ก็จะได้รับค่าตอบแทนตามกระบวนการจัดสรรที่กำหนดไว้อย่างเหมาะสม ซึ่งสะท้อนคุณค่าของงานสร้างสรรค์และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมดนตรีของไทยอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ ที่ประสงค์จะใช้งานเพลงในเชิงพาณิชย์ สามารถตรวจสอบรายชื่อเพลงและข้อมูลการติดต่อขออนุญาตใช้งานเพลง ได้จากฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทางเว็บไซต์ http://copyright-song.ipthailand.go.th หรือ เว็บไซต์ขององค์กรบริหารลิขสิทธิ์เพลงแต่ละองค์กร

​กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งหวังว่ากลไกดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้ใช้งานเพลงและเจ้าของลิขสิทธิ์ พร้อมยกระดับระบบลิขสิทธิ์เพลงของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และส่งเสริมอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างดำเนินการยกร่างกฎหมายการจัดเก็บค่าตอบแทนการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นกฎหมายเฉพาะสำหรับใช้กำกับดูแลการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ลดโอกาสในการใช้สิทธิในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ​